DTA&DTL เข้าใจภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

เขียนโดยทีมงาน พรอมพ์ พลัส แอคเคาน์ติ้ง · เกี่ยวกับเรา ·

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบริษัทมีกำไรทางบัญชี แต่กลับเสียภาษีไม่เท่ากับ 20% ของกำไรนั้น? หรือทำไมบริษัทต้องบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) และหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) ทั้งที่ยังไม่ได้จ่ายหรือได้รับเงินภาษีจริง?

DTA&DTL เข้าใจภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจ DTA และ DTL ตั้งแต่หลักการจำ วิธีคำนวณ ไปจนถึงตัวอย่างการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานทางบัญชีและภาษีแตกต่างกัน

DTA และ DTL คืออะไร?

DTA(Defrred tax Asset) และ DTL(Deferred Tax Liability) เกิดจากการที่มาตรฐานบัญชีและกฎหมายภาษีอากรมีหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้หรือค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ส่งผลให้มูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) และฐานภาษี (Tax Base) ของสินทรัพย์หรือหนี้สินไม่เท่ากัน

ตามมาตรฐาน TAS 12 เรื่อง ภาษีเงินได้ ความแตกต่างดังกล่าวอาจทำให้เกิดภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีได้

1.1) DTA (Deferred Tax Asset) - สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

คือ ประโยชน์ทางภาษีที่กิจการคาดว่าจะได้รับในอนาคต เช่น ค่าใช้จ่ายที่บันทึกทางบัญชีในปีปัจจุบัน แต่กฎหมายภาษียังไม่อนุญาตให้หักเป็นรายจ่ายในปีนั้น และสามารถนำไปหักภาษีได้ในอนาคต (ลดภาษีในอนาคต)

*อย่างไรก็ตาม การรับรู้ DTA ต้องพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่ากิจการจะมีกำไรทางภาษีเพียงพอสำหรับใช้ประโยชน์จากผลต่างดังกล่าว

1.2) DTL  (Deferred Tax Liability) - หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

คือ ภาษีเงินได้ที่กิจการคาดว่าจะต้องจ่ายเพิ่มในอนาคต เนื่องจากผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างบัญชีและภาษี เช่น ค่าเสื่อมราคาทางภาษีสูงกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชีในช่วงแรก  (จ่ายภาษีเพิ่มในอนาคต)


สรุปสั้นๆจำง่าย:

ให้เริ่มจากคำถามว่าเมื่อผลต่างระหว่างทางบัญชีและทางภาษีนี้กลับรายการในอนาคต บริษัทจะเสียภาษีน้อยลงหรือมากขึ้น?

เสียภาษีน้อยลง => DTA (Asset)

เสียภาษีมากขึ้น => DTL (Liability)

หรือสำหรับสินทรัพย์ จะเทียบมูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) กับ ฐานภาษี (Tax Base) ได้ดังนี้

Carrying Amount < Tax Base → DTA

Carrying Amount > Tax Base → DTL

สำหรับหนี้สิน หลักการจะกลับกัน

*ทั้งนี้ ต้องเป็นผลแตกต่างชั่วคราวที่เข้าเกณฑ์การรับรู้ตาม TAS 12 และไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่มาตรฐานกำหนด


ตัวอย่างการบันทึก DTA

บริษัท A มีลูกหนี้การค้า 1,000,000 บาท และประเมินผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 100,000 บาท

ทางบัญชี บริษัทรับรู้ค่าใช้จ่าย ECL จำนวน 100,000 บาท แต่ทางภาษียังไม่สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ในปีปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่เข้าเงื่อนไขการจำหน่ายหนี้สูญตามกฎหมายภาษี

สมมติว่าจำนวนดังกล่าวจะสามารถหักภาษีได้ในอนาคต และบริษัทมีกำไรทางภาษีเพียงพอ

- มูลค่าลูกหนี้สุทธิทางบัญชี                                                                  900,000  บาท

- ฐานภาษีของลูกหนี้                                                                         1,000,000  บาท

ผลแตกต่างชั่วคราวที่หักภาษีได้                                                            100,000  บาท

ดังนั้น DTA ที่ต้องรับรู้ในทางบัญชีเท่ากับ  100,000 x 20% =                 20,000  บาท

การบันทึกบัญชี

Dr.   DTA                                            20,000 บาท

Cr.    Deferred Tax income                          20,000 บาท 

สรุป: บริษัทรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 20,000 บาท เพราะคาดว่าจะได้รับประโยชน์ทางภาษีในอนาคต


ตัวอย่างการบันทึก DTL

บริษัท B ซื้อเครื่องจักรราคา 1,000,000 บาท กำหนดให้

ทางบัญชี: อายุการใช้งาน 10 ปี ค่าเสื่อมราคา 100,000 บาทต่อปี

ทางภาษี: สมมติสามารถหักค่าเสื่อมราคา 200,000 บาทต่อปี ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาต

* ไม่มีมูลค่าคงเหลือ และใช้งานเต็มปี

ณ สิ้นปีที่ 1

- มูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (Carrying Amount)                                 900,000  บาท

- ฐานภาษีของสินทรัพย์ (Tax Base)                                                    800,000  บาท

ผลแตกต่างชั่วคราวที่หักภาษีได้                                                            100,000  บาท

ดังนั้น DTL ที่ต้องรับรู้ในทางบัญชีเท่ากับ  100,000  x  20% =               20,000  บาท

การบันทึกบัญชี

Dr. Income Tax Expense              20,000 บาท

Cr. Deferred Tax liability                           20,000 บาท 

สรุป: บริษัทได้รับสิทธิหักค่าเสื่อมราคาทางภาษีมากกว่าในปีแรก ทำให้จ่ายภาษีปัจจุบันน้อยลง แต่จะมีภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคตเมื่อผลแตกต่างกลับรายการ

กรณีศึกษา: ตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ แต่ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีและภาษีแตกต่างกัน

กรณีนี้พบได้บ่อยในธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และกิจการที่มีสินทรัพย์ถาวรมูลค่าสูง

บริษัท C มีอาคารโรงแรมราคา 100,000,000 บาท โดยมีข้อมูลดังนี้

ทางบัญชี:

ราคาทุนอาคาร                =   100   ล้านบาท

อายุการใช้งาน                 =     20   ปี

ค่าเสื่อมราคาต่อปี            =       5   ล้านบาท

ทางภาษี :

ราคาทุนอาคาร                =   100   ล้านบาท

อายุการใช้งาน                 =     25   ปี 

ค่าเสื่อมราคาต่อปี            =       4   ล้านบาท

สมมติว่ากิจการถือครองและใช้อาคารมาแล้ว 5 ปี และอัตราค่าเสื่อมราคาทางภาษี 4% สามารถใช้ได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ณ สิ้นปีที่ 5 บริษัทประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount) ของอาคารเท่ากับ 50 ล้านบาท จึงต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TAS 36


ขั้นตอนที่ 1 คำนวณมูลค่าสินทรัพย์ก่อนการด้อยค่า

ทางบัญชี:

ค่าเสื่อมราคาสะสม               =       5 ล้านบาท x 5 ปี  = 25 ล้านบาท

มูลค่าตามบัญชีก่อนด้อยค่า  =       100 − 25             = 75 ล้านบาท

ทางภาษี :

ค่าเสื่อมราคาสะสม               =       4 ล้านบาท x 5 ปี  = 20 ล้านบาท

มูลค่าตามบัญชีก่อนด้อยค่า  =       100 − 20             = 80 ล้านบาท

ดังนั้น ก่อนการด้อยค่า บริษัทมีผลแตกต่างชั่วคราวที่หักภาษีได้ 5 ล้านบาท และ DTA เท่ากับ 1 ล้านบาท (สมมติว่าเข้าเกณฑ์รับรู้)


ขั้นตอนที่ 2 บันทึกบัญชีผลขาดทุนจากการด้อยค่า

Dr. ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์             25   ล้านบาท

Cr. ค่าเผื่อจากการด้อยค่าสินทรัพย์                      25  ล้านบาท

สมมติว่าการด้อยค่าดังกล่าวยังไม่สามารถหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ในปีปัจจุบัน และไม่มีการปรับฐานภาษีของอาคาร


ขั้นตอนที่ 3 คำนวณ DTA หลังตั้งด้อยค่า

มูลค่าทางบัญชี:

- ก่อนด้อยค่า เท่ากับ 75 ล้านบาท

- หลังด้อยค่า เท่ากับ 50 ล้านบาท

มูค่าทางภาษี:

- ก่อนด้อยค่า เท่ากับ 80 ล้านบาท

- หลังด้อยค่า เท่ากับ 80 ล้านบาท

ดังนั้น DTA หลังตั้งด้อยค่า = (80 − 50) × 20% = 6 ล้านบาท

บริษัทมี DTA เดิมอยู่แล้ว 1 ล้านบาท จึงต้องบันทึก DTA เพิ่มเติม 5 ล้านบาท

Dr. DTA                                 5    ล้านบาท

Cr. Income Tax Expense            5 ล้านบาท

ข้อควรระวัง: DTA จำนวน 6 ล้านบาทเป็นจำนวนที่คำนวณได้จากผลแตกต่างชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับรู้ได้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ บริษัทต้องประเมินความสามารถในการใช้ประโยชน์ทางภาษีในอนาคตด้วย


ขั้นตอนที่ 4 ปีถัดไป ค่าเสื่อมราคาจะคำนวณอย่างไร?

สมมติว่าอาคารยังใช้งานต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอายุการใช้งานที่เหลือ ไม่มีมูลค่าคงเหลือ และไม่มีการด้อยค่าหรือกลับรายการเพิ่มเติม

ทางบัญชี:

มูลค่าสินทรัพย์หลังหักด้อยค่า          = 50 ล้านบาท

อายุการใช้งานคงเหลือ                     = 15 ปี

ค่าเสื่อมราคาต่อปี                            = 50 ÷ 15 = 3.333 ล้านบาท

ทางภาษี:

ยังคงหักค่าเสื่อมราคาตามฐานภาษีเดิม = 4 ล้านบาทต่อปี

ณ สิ้นปีที่ 6

มูลค่าตามบัญชี                                                   เท่ากับ  46.667 ล้านบาท

ฐานภาษี                                                             เท่ากับ  76         ล้านบาท

ผลแตกต่างชั่วคราวที่หักภาษีได้                           เท่ากับ  29.333  ล้านบาท

ดังนั้น DTA ปลายปีที่ 6 เท่ากับ 29.333 x  20%  เท่ากับ  5.867    ล้านบาท

เมื่อเทียบกับ DTA สิ้นปีที่ 5 จำนวน 6 ล้านบาท DTA จะลดลงประมาณ 0.133 ล้านบาท


การบันทึกบัญชี

Dr. Income Tax Expense                  0.133 ล้านบาท

Cr. DTA                                                           0.133 ล้านบาท

ทำไม DTA ถึงลดลง?

เพราะหลังตั้งด้อยค่า ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีเหลือเพียง 3.333 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ทางภาษียังคงหักได้ 4 ล้านบาทต่อปี ทำให้ผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างบัญชีและภาษีค่อย ๆ ลดลง

ทั้งนี้ ตัวอย่างสมมติว่ากิจการยังเข้าเกณฑ์รับรู้ DTA ได้เต็มจำนวนในทุกงวด

ข้อควรระวังในการคำนวณ DTA และ DTL

1. ผลแตกต่างทางบัญชีและภาษีไม่ได้ทำให้เกิด DTA หรือ DTL เสมอไป

ต้องแยกให้ออกระหว่างผลแตกต่างชั่วคราว (Temporary Differences) และผลแตกต่างถาวร (Permanent Differences) เช่น ค่าปรับทางภาษีที่หักเป็นรายจ่ายไม่ได้ถาวร จะไม่ก่อให้เกิด DTA

2. การตั้งด้อยค่าไม่ได้หมายความว่าจะรับรู้ DTA ได้ทันที

ต้องพิจารณาว่าผลขาดทุนจากการด้อยค่าจะสามารถนำไปหักภาษีได้ในอนาคตหรือไม่ และมีหลักฐานสนับสนุนกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอหรือไม่

3. ต้องคำนวณจาก Carrying Amount และ Tax Base

ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าใช้จ่ายด้อยค่าปีปัจจุบัน เพราะอาจมีผลแตกต่างสะสมจากค่าเสื่อมราคาเดิมอยู่แล้ว

4. ต้องทบทวน DTA ทุกวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน

หากคาดว่าจะไม่มีกำไรทางภาษีเพียงพอสำหรับใช้ประโยชน์ อาจต้องลดมูลค่า DTA ที่เคยรับรู้ไว้

5. ต้องพิจารณาการกลับรายการในอนาคต

โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีแผนจำหน่ายหรือรื้อถอนก่อนสิ้นสุดอายุการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าตามบัญชี ฐานภาษี และช่วงเวลาที่ผลแตกต่างจะกลับรายการ

สรุป:   

DTA และ DTL ไม่ใช่เรื่องของการจ่ายภาษีมากหรือน้อยในปีปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสะท้อน    ผลกระทบทางภาษีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างบัญชีและภาษี

หลักการจำ!

DTA = ประโยชน์ทางภาษีในอนาคต

DTL = ภาระภาษีในอนาคต

คำนวณจากผลแตกต่างชั่วคราวระหว่าง Carrying Amount และ Tax Base

การรับรู้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของ TAS 12

สำหรับธุรกิจที่มีสินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก การจัดทำตารางกระทบยอดมูลค่าทางบัญชีและฐานภาษีเป็นประจำ จะช่วยให้การคำนวณ Deferred Tax ถูกต้องและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย โปรดปรึกษาเราก่อนตัดสินใจ