ใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ต้องมีอะไรบ้าง
เขียนโดยทีมงาน พรอมพ์ พลัส แอคเคาน์ติ้ง · เกี่ยวกับเรา · · ปรับปรุงล่าสุด 2026-09-04
ใบกำกับภาษีที่ไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย อาจใช้ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ มาดูกันว่าใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการอะไรบ้าง และต้องมีลายเซ็นด้วยหรือไม่

ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกให้ลูกค้าทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่เพียงใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีเท่านั้น แต่ยังเป็นเอกสารที่ลูกค้าใช้ขอคืนภาษีซื้อได้ หากใบกำกับภาษีที่ออกไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด อาจทำให้เอกสารนั้นใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย และกระทบทั้งผู้ออกและผู้รับใบกำกับภาษี
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องมีรายการอะไรบ้าง
ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
- ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
- หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ โดยให้แยกออกจากราคาสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
- ข้อความระบุว่าเป็น "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่..." ตามสถานประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้

ทำไมต้องระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่..."
หลายคนมองข้ามรายละเอียดข้อนี้ เพราะคิดว่าชื่อและที่อยู่บริษัทก็เพียงพอแล้ว แต่ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 199) กำหนดให้ผู้ประกอบการที่จัดทำใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องระบุสถานะของสถานประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการนั้นด้วยว่าเป็น "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่..." ตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้ใช้กับทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ กล่าวคือ หากลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่มีหลายสาขา ก็ควรระบุสถานะสาขาของลูกค้าไว้ในใบกำกับภาษีด้วยเช่นกัน เพื่อความถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ต่างจากแบบเต็มรูปอย่างไร
สำหรับธุรกิจค้าปลีกหรือให้บริการรายย่อยแก่ลูกค้าจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ กฎหมายอนุญาตให้ออก "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" ได้ ซึ่งมีรายการที่จำเป็นน้อยกว่าแบบเต็มรูป แต่ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินก่อน และไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานขอคืนภาษีซื้อแบบเต็มรูปได้เหมือนใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
ใบกำกับภาษีต้องมีลายเซ็นหรือไม่
หลายคนเข้าใจว่าใบกำกับภาษีต้องมีลายเซ็นผู้ออกเอกสารกำกับไว้จึงจะถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ลายเซ็นเป็นรายการบังคับ ใบกำกับภาษีจะสมบูรณ์ตามกฎหมายได้ตราบเท่าที่มีรายการครบถ้วนทั้ง 8 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะมีลายเซ็นหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม หลายกิจการยังคงนิยมให้มีลายเซ็นผู้รับผิดชอบกำกับไว้ เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนหลัง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกใบกำกับภาษี
- ระบุที่อยู่ผู้ออกหรือผู้ซื้อไม่ตรงกับที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ลืมระบุสถานะ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่..." ของผู้ขายหรือผู้ซื้อ
- ไม่แยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากราคาสินค้าหรือบริการให้ชัดเจน
- ออกเลขที่ใบกำกับภาษีไม่เรียงลำดับ หรือซ้ำกัน
- ลืมระบุวันที่ออกใบกำกับภาษี หรือระบุผิดจากวันที่เกิดความรับผิดทางภาษีจริง
สรุป
ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เอกสารประกอบการขาย แต่เป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ต้องมีรายการครบถ้วนตามที่กำหนด รวมถึงรายละเอียดที่มักถูกมองข้าม เช่น สถานะสำนักงานใหญ่หรือสาขา หากออกใบกำกับภาษีผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน อาจกระทบทั้งการนำส่งภาษีของธุรกิจเอง และสิทธิ์ของลูกค้าในการขอคืนภาษีซื้อ ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบแบบฟอร์มใบกำกับภาษีของตนเองให้ครบถ้วนตามกฎหมายอยู่เสมอ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้งานจริง
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย โปรดปรึกษาเราก่อนตัดสินใจ